'รักจัดหนัก' (Love, Not Yet) มี ‘รัก’ ไม่ผิด แต่ถ้า ‘จัด’ ไม่คิด ...‘หนักกกกกก’ แน่
'รักจัดหนัก' (Love, Not Yet)
มี ‘รัก’ไม่ผิด แต่ถ้า ‘จัด’ไม่คิด ...‘หนักกกกกก’แน่
‘รัก’กับ ’เซ็กซ์’เป็นของคู่กัน เหมือนอดัมคู่กับอีฟ
บางคนมีรักจึงมีเซ็กซ์ - บางคนมีเซ็กซ์แต่ไม่รัก
‘รักจัดหนัก’(Love, Not Yet)คือหนังรัก ‘วัยรุ่น’ที่ ‘เซ็กซ์’ทำให้ชีวิตของพวกเขาต้องพบกับจุดเปลี่ยน ครั้งใหญ่ โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับการ ‘ป่อง’ ซึ่งกลายเป็นการสร้างนิยามใหม่ให้กับพวกเขาว่า ‘รัก’ นั้นช่างเป็นเรื่อง ‘หนักมากกกกก’
‘รักจัดหนัก’เป็นโปรเจ็คต์เบิกร่องของ ออกไปเดิน บริษัทในเครือ ไบโอสโคปพลัส ผู้ผลิตนิตยสารหนังเนื้อหาสุดเข้ม BIOSCOPE Magazine ที่ต้องการนำเสนอประเด็นความรักความสัมพันธ์ของวัยรุ่นซึ่งกำลังเป็นประเด็นร้อนในสังคมออกสู่สายตาประชาชนวงกว้าง เพื่อกระตุ้นให้เกิดการตั้งคำถาม ถกเถียงแลกเปลี่ยน และนำไปสู่การเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์ โดยได้ผู้กำกับหนังสั้นรุ่นใหม่มือรางวัล อย่าง เมธัส ฉายชยานนท์, อนุชิต มวลพรม, ไพรัช คุ้มวัน, ภาส พัฒนกำจร, ชาคร ไชยปรีชา และนักแสดงคุณภาพแถวหน้าอย่าง ทราย-อินทิรา เจริญปุระ พร้อมนักแสดงวัยรุ่นน่าจับตามาแรงมากมาย มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ระดับ ‘หนักมากกกกก’ของวัยรุ่น ผ่านหนังสั้นแสบคัน 3 เรื่อง 3 รสที่ร้อยเรียงกันเป็นหนังยาวสุดจี๊ดเรื่องนี้
เรื่องย่อและรายละเอียด
หนังเรื่องที่ 1:‘ทอมแฮ้ง’
กำกับ :ทราย-อินทิรา เจริญปุระ, ชาคร ไชยปรีชา
นักแสดง :จินตหรา สุขพัฒน์, อริสสรา เลอมวณ, นภัสสร เอี่ยมเจริญ

เรื่องวุ่นๆ ของ นัท (อริสสรา เลอมวณ) สาวหล่อนักกีฬาบาสเกตบอลทีมโรงเรียนขวัญใจสาวๆ ซึ่งเป็นเพื่อนซี้กับ เนม นักบาสฯ สาวสุดเซ็กซี่ที่ชอบจิ๊จ๊ะกับหนุ่มๆ ...ในคืนที่ทีมนักบาสทั้งหญิงชายชวนกันไปปาร์ตี้เลี้ยงปิดเทอม เลี้ยงฉลองกันจนเมาหัวทิ่ม นัทตื่นมาพบว่าตัวเองได้เสียสาวให้กับใครสักคนไปแล้วในคืนนั้น แม้เธอจะพยายามลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่เหตุการณ์นี้ก็ทำให้ชีวิตพลิกผันไปอย่างไม่คาดคิด
แล้วนัทจะเลือกเส้นทางชีวิตต่อไปอย่างไร? ความเป็นเพื่อนที่แสนรักของ เนม (นภัสสร เอี่ยมเจริญ) จะช่วยเธอได้ไหม และแม่ (จินตหรา สุขพัฒน์) ผู้หวังดีและคอยช่วยหาทางออกให้กับลูกอยู่เสมอล่ะ จะใช่ผู้ชี้คำตอบให้แก่นัทได้จริงๆ รึเปล่า?
ทัศนะผู้กำกับ:
ทราย-อินทิรา เจริญปุระ:“เราวัดจากตัวเองด้วย คือนิสัยทรายไม่ได้เป็นผู้หญิงอยู่แล้ว และเวลาอยู่กับพวกผู้ชายเขาก็จะลืมกันไปแล้วว่า เฮ้ย! กูเป็นผู้หญิงนะเว้ย คุยกันอย่างนี้เลยเหรอ (หัวเราะ) แล้วคิดดูว่าถ้าเรื่องมันบานปลายมากไปกว่าแค่คุยกันล่ะ ก็เลยนึกถึงทอมขึ้นมา เพราะคนจะรู้สึกว่า เด็กแรดๆ เท่านั้นถึงจะมีผัวเร็ว แต่ในความเป็นจริงมันไม่อย่างนั้นนะ ตราบใดที่ยังมีมดลูกอยู่ มันก็เกิดอะไรขึ้นกับเขาได้เหมือนที่เกิดกับผู้หญิงทั่วไปนั่นแหละ”
ชาคร ไชยปรีชา:“เราพยายามดึงความเป็นวัยรุ่นจากตัวละครออกมาให้เห็นได้มากที่สุด เพราะเรารู้สึกว่าด้วยวุฒิภาวะของคนวัยนี้ ถึงจะเกิดปัญหาที่เครียดสุดตัว และต้องเผชิญกับการตัดสินใจที่ล้ำวัยเป็นครั้งแรก แต่มันก็ไม่มีเหตุจำเป็นที่จะต้องทำตัวเป็นคนดี ถูกต้องทำนองคลองธรรมไปทั้งหมด การที่พวกเขาจะแตะเส้นการตัดสินใจที่แหวกประหลาดไปบ้างคงไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แล้วก็ใช่ว่าจะต้องมานั่งหม่นหมองอารมณ์กันตลอดเวลา นี่คือวัยรุ่นน่ะ สีสันในความสัมพันธ์และบรรยากาศชีวิตของคนวัยนี้มันมีเสน่ห์ซับซ้อนอยู่ในตัว เราเลยสนุกมากที่จะนำเสนอมันออกมาจากสายตาของพวกเขาจริงๆ”
หนังเรื่องที่ 2:‘เป็นแม่เป็นเมีย’
กำกับ :อนุชิต มวลพรม
นักแสดง : รัชพล แย้มแสง (มิวสิค AF4) , วรรณิศร เลาหมนตรี (ชะเอม สตรอเบอร์รี่ ชีสเค็ก)

ม่อน (มิวสิค AF4) นักกีฬามวยสากลอนาคตไกลระดับตัวแทนโรงเรียน เกิดพลาดทำให้ อิ๋ง (ชะเอม สตรอเบอร์รี่ ชีสเค็ก) สาวดาวโรงเรียนผู้ใฝ่ฝันอยากเป็นนักร้อง ตั้งท้องในขณะที่ทั้งคู่ยังเรียนอยู่ พวกเขาจึงต้องหยุดเรียนมาอยู่บ้าน เพื่อเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกัน ผ่านเหตุการณ์ชุลมุนแสนวายป่วงของบรรดาเพื่อนๆ และคนรอบข้าง ที่ล้วนชวนให้ทั้งคู่ต้องฉุกคิดว่า การมีครอบครัวนั้นยากลำบากและวุ่นวายสาหัสเพียงใด
ทัศนะผู้กำกับ:
“แรงบันดาลใจส่วนใหญ่มาจากชีวิตตัวเอง คือเรารู้สึกว่าการเล่าเรื่องในหนัง ถ้าเราเอามาจากชีวิตตัวเองจะเห็นภาพชัดเจนในการทำ กว่าการนำมาจากที่อื่น อย่างในหนังเรื่องนี้ เราก็มีประสบการณ์ความวุ่นวายจากเพื่อนของเราที่มีบ้านอยู่ต่างจังหวัดเป็นร้านขายของชำ ซึ่งระหว่างที่ท้องก็ต้องมาเจอเรื่องบ้าๆ บอๆ เต็มไปหมด
“อันที่จริงเราก็ไม่รู้แน่ว่างานของเราเป็นแนวไหน แต่มีเพื่อนบอกว่าเป็นแนวจิกกัด กวนๆ มีตัวละครเพี้ยนๆ เป็นตัวดำเนินเรื่อง คือตัวละครในหนังของเราจะไม่ใช่คนดีหรือเลวอย่างชัดเจนและตัวเอกมักจะมีความน่าหมั่นไส้ ไม่มีความดีและความชั่วสมบูรณ์แบบ เรียกได้ว่าเป็นสีเทาทั้งเรื่อง”
หนังเรื่องที่ 3 :‘ไปเสม็ด’
กำกับ :ไพรัช คุ้มวัน,ภาส พัฒนกำจร
นักแสดง :ศิครินทร์ ผลยงค์,ปลายฟ้า - ศิตา มหารวิเดชากร, ภรณ์ภัสสร สุขรวยเจริญ, สุรเกียรติ บุนนาค, ทัศนัย ชะอุ่มดี

เมื่อกลุ่มเพื่อนม.ปลาย 5 คนที่สนิทกันตอนเรียนพิเศษ ชวนกันไปฉลองสอบเสร็จ และรอลุ้นผลเอ็นทรานซ์ตามประสาวัยรุ่นที่เกาะเสม็ด ฤทธิความคึกคะนองและบรรยากาศชวนเคลิ้มทำให้ วิท (ศิครินทร์ ผลยงค์) และ แอน (ปลายฟ้า มหารวิเดชากร) สานสัมพันธ์อันลึกซึ้งโดยไม่แยแสอุปกรณ์ป้องกัน แต่เหตุการณ์แสนสุขสมในคืนนั้นก็ส่งผลให้ทั้งคู่ต้องเผชิญกับช่วงจิตตกตามมา แล้ววัยรุ่นที่ยังมีอนาคตสดใสรออยู่ข้างหน้าอย่างพวกเขาจะจัดการกับปัญหาและความรักครั้งนี้อย่างไรในมื่อชีวิตยังต้องเดินต่อ
ทัศนะผู้กำกับ:
ไพรัช คุ้มวัน :“คำว่า ไปเสม็ด ดูเป็นคำที่ให้ความหมายในแง่ลบ พูดมาคนก็ต่อได้อยู่แล้วว่ามันยังไง ก็เลยใช้ประสบการณ์ร่วมของทุกคนมาทำโครงเรื่อง แล้วด้วยความที่มันเป็นคำติดปาก ก็น่าจะทำให้คนดูเข้าใจง่ายขึ้น”
ภาส พัฒนกำจร :“เรามีผู้กำกับสองคน แยกกันจัดการ ผมรับหน้าที่ดูแลสิ่งมีชีวิตทุกอย่างที่อยู่ในเฟรม กำกับการแสดงและควบคุมทิศทาง อารมณ์ ส่วนป้อง (ไพรัช) จะดูแลสายงานวิชวล ดูไฟ จัดเฟรม เพราะผมกากเรื่องนี้”(หัวเราะ)
ตอนพิเศษ : ‘ก่อน’
กำกับ :เมธัส ฉายชยานนท์
นักแสดง :รัชพล แย้มแสง (มิวสิค AF4),วรรณิศร เลาหมนตรี (ชะเอม สตรอเบอร์รี่ ชีสเค้ก), ศิครินทร์ ผลยงค์,ปลายฟ้า - ศิตา มหารวิเดชากร, อริสสรา เลอมวณ, นภัสสร เอี่ยมเจริ

ช่วงเวลาสั้นๆ ตอนต้นเรื่อง ที่ฟ้าบันดาลให้เหล่าตัวละครจากหนังทุกเรื่องได้มาพานพบกัน เพื่อเปิดฉากให้ผู้ชมได้รู้จักพวกเขา และเป็นจุดเริ่มต้นก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกันไปเผชิญเรื่องรักและเซ็กซ์อันสุดวุ่นแสนวายป่วง
ทัศนะผู้กำกับ:
“ด้วยความที่หนังเรื่องนี้มีความหลากหลายของสไตล์ เนื้อเรื่องของหนังสั้นทั้งสามตอนค่อนข้างจะต่างกัน ผมจึงมีไอเดียที่จะแยกตัวละครทั้งสามคู่ให้อยู่ในแต่ละเฟรมของคู่นั้นๆ เอง แล้วเราก็จะได้เห็นตัวละครทั้งสามคู่ดำเนินเรื่องไปพร้อมๆ กัน ต่างกรรมต่างวาระไปในจอเดียวกัน ในช่วงเวลาก่อนที่เรื่องราวทั้งหมดจะเกิดขึ้น”
แนะนำ :‘บริษัท ออกไปเดิน’
“เราทำหนังเพื่อสร้างพลังเปลี่ยนแปลง”
‘ออกไปเดิน’เป็นค่ายหนังเปิดใหม่ ในเครือบริษัท ไบโอสโคป พลัส ผู้ผลิตนิตยสารภาพยนตร์รายเดือน BIOSCOPE ที่สนใจนำเสนอประเด็นทางสังคมผ่านสื่อภาพยนตร์ นำโดย สุภาพ หริมเทพาธิป บรรณาธิการบริหารนิตยสาร BIOSCOPEซึ่งมีความเชื่ออย่างแรงกล้าว่า นอกจากภาพยนตร์จะเป็นสื่อบันเทิงที่คนส่วนใหญ่เข้าถึงง่ายแล้ว ยังมีพลังในการสื่อสารให้คนดูเหล่านั้นให้เกิดความตระหนักรู้และเข้าใจในปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัว จนเกิดแรงบันดาลใจที่จะลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้น
สุภาพ พูดถึงการก้าวมาสร้างภาพยนตร์เป็นครั้งแรกว่า “BIOSCOPEผ่านการจัดกิจกรรมอบรม หนังสั้นเกี่ยวกับประเด็นทางสังคมกับคนหลายกลุ่มมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี และทุกที่เราจะได้พบคนทำหนังรุ่นใหม่ๆ ที่มีความรู้ความเข้าใจในประเด็นเหล่านั้นแต่ไม่มีโอกาสที่จะได้สื่อสารมันสู่สังคมมากเท่าที่ควร เราจึงมองสื่อภาพยนตร์ขนาดยาวว่าเป็นช่องทางที่มีความเป็นสาธารณะมากกว่าและตัดสินใจเลือกใช้มันเป็นเวทีที่จะเชื่อมคนทำหนังรุ่นใหม่ๆ เหล่านี้เข้ากับคนดูวงกว้าง
“หนังของเราจะเน้นความเป็นหนังบันเทิง เข้าถึงคนดูได้ง่าย ขณะเดียวกันก็โยนคำถามให้สังคมได้ขบคิด ถกเถียง หาคำตอบ หนังจะไม่ชี้ถูกชี้ผิด แต่ต้องการนำพาประเด็นที่มีความจริงจังหนักแน่นให้ไปสู่ความสนใจและการวิพากษ์วิจารณ์อย่างเปิดกว้างในสังคม”
จัดหนักแน่ 1 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์





